ลูกค้าของ Starbucks จะสามารถชำระเงินได้ด้วย Bitcoin ได้เร็ว ๆ นี้ โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา Starbucks ประกาศว่ากำลังร่วมมือกับ Microsoft และ Intercontinental Exchange (ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของนิวยอร์ก) เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้ Cryptocurrencies ซื้อสินค้าในร้านค้าได้ โดยทุกบริษัทจะเชื่อมต่อกันบนแพลตฟอร์มที่มีชื่อเรียกว่า Bakkt ที่เชื่อมต่อให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บเงินดิจิทัลเพื่อใช้ในการซื้อขายสินค้าได้ แต่ทาง Starbucks เองจะไม่เก็บโดยตรงทาง Bakkt จะทำการแปลงสกุลเงินดิจิทัลของผู้ใช้งานไปเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสามารถใช้ซื้อในร้านค้าของ Starbucks ได้ ซึ่ง Starbucks ยังกล่าวต่ออีกว่านี้เป็นอีกก้าวในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มช่องทางในการจ่ายเงินให้แก่ลูกค้า

โดย Bitcoin หรือ BTSC เป็นสกุลเงินแรกที่จะมีให้บริการใน Bakkt เพราะเป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก็ค่อนข้างมีความผันผวนของค่าเงินมากเช่นเดียวกัน อย่างเมื่อก่อนที่ได้รับความนิยมมากนั้นมีมูลค่าสูงถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 Bitcoin แต่ปัจจุบันมีราคาเพียง 7,400 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 Bitcoin เท่านั้น อีกทั้งคนทั่วไปยังสามารถซื้อ Bitcoin แบบไม่เต็มหน่วยได้อีกด้วย ซึ่งทาง Bakkt คาดว่าจะเปิดการใช้งานในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่า Starbucks จะสามารถใช้เทคโนโลยีนี้กับลูกค้าได้ เพราะแพลตฟอร์มนี้อาจเหมาะและพร้อมใช้งานสำหรับการค้าขายประเภทอื่น

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Starbucks เข้าร่วมในกลุ่มการชำระเงินแบบดิจิตอล เพราะตั้งแต่ปี 2554 Starbucks ก็เป็นร้านแรกที่เปิดให้ลูกค้าใช้มือถือในการชำระเงินค่าสินค้า ซึ่งการตัดสินใจของ Starbucks ในการใช้ Cryptocurrencies อย่าง Bitcoin เป็นทางเลือกในการชำระสินค้านั้นถูกกฎหมายได้นั้นยังช่วยในการสนับสนุนการใช้สกุลเงินดิจิทัลอีกด้วย

ในปัจจุบันมีหลากหลายร้านค้าที่ใช้ Bitcoin ในการชำระสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้ อาทิ Overstock (OSTBP), Expedia (EXPE) และ Microsoft (MSFT) ซึ่งชี้ให้เห็นได้ว่าการซื้อขายโดยใช้ Bitcoin มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่า Bitcoin มาจากการขุดเหมืองดิจิทัล และหากมีร้านค้าที่เปิดรับการชำระสินค้าผ่าน Bitcoin มากขึ้น เรื่องความปลอดภัยในการรักษาความปลอดภัยกระเป๋าเงินของเราก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน

ข่าวจาก: https://money.cnn.com/2018/08/03/technology/starbucks-bitcoin/index.html



เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

1. WhatsApp มีช่องโหว่ แค่รับสาย Video Call ก็อาจถูกแฮกข้อมูล

2. Firefox Monitor เครื่องมือช่วยตรวจสอบการถูกละเมิดข้อมูล

3. มัลแวร์ใหม่แบบ 3 in 1 ที่รวม Ransomware, แอบขุดเหมือง และ Botnet

4. Chrome 70 Beta รองรับการสแกนลายนิ้วมือเพื่อล็อกอินเข้าเว็บไซต์บน Android และ Mac

5. Apple ลบแอปพลิเคชัน Adware Doctor จาก App Store