Apple เปิดตัว Safari เวอร์ชัน 13.1 ที่มีการปรับปรุงคุณสมบัติความเป็นส่วนตัวในการป้องกันการติดตามอัจฉริยะของ Intelligent Tracking Protection หรือ (ITP) โดย Apple จะปิดกั้นคุกกี้จากบุคคลที่สาม (third-party cookies) ทั้งหมดใน Safari ซึ่งจะตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้น และแน่นอนว่าการปิดกั้นคุกกี้จากบุคคลที่สามนี้ อาจกระทบกับผู้โฆษณาออนไลน์และบริษัทที่ใช้คุกกี้จาก website เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล นั่นหมายความว่าจะไม่สามารถใช้ไฟล์คุกกี้ของเบราว์เซอร์นั้น ๆ ในการติดตามพฤติกรรมผู้ใช้งานเมื่อเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต ได้อีกต่อไป

Apple กล่าวว่า บริษัทโฆษณาอาจย้ายไปใช้เบราว์เซอร์อื่นนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะ Apple ตั้งใจที่จะบล็อกคุกกี้จากบุคคลที่สามที่ใช้ในการติดตามอยู่แล้ว เพื่อให้ผู้ใช้เข้าชมเว็บได้อย่างส่วนตัวมากขึ้น ซึ่ง John Wilander วิศวกรซอฟต์แวร์ของ Apple ยังกล่าวอีกว่า “ อาจดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กว่าที่เคยมีมา เนื่องจาก Apple ได้ปรับปรุงและแก้ไขหลายอย่างที่เกี่ยวกับ ITP เพราะตั้งแต่เปิดตัว Apple จนผ่านมากว่า 12 ปีแล้ว ยังไม่มีการป้องกันการติดตาม คุกกี้ของบุคคลที่สามเลย จึงเห็นว่าควรมีการแก้ไขและบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามใน Safari ด้วยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานเป็นหลัก”

Safari เป็นเบราว์เซอร์อันดับที่สอง ในการบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามสำหรับผู้ใช้ทั้งหมด ต่อจาก Tor Browser ที่ใช้สำหรับปกปิดกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งาน จึงมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงจากภัยที่อาจจะมาจากคุกกี้ หรือ แฮกเกอร์, Google Ads และผู้ทำโฆษณาอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม Apple มีการทำงานรวดเร็วมากในการบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามใน Safari

ในขณะที่ Google เริ่มผลักดันให้ผู้ผลิตเบราว์เซอร์ดำเนินการเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2019 ซึ่ง Google ประกาศแผนการบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามโดยค่าเริ่มต้นใน Chrome และในโครงการโอเพนซอร์ส ของ Chromium ที่มีเบราว์เซอร์หลายตัวที่สร้างขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวเล็ก ๆ เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานเว็บไซต์ แต่เป็นก้าวสำคัญในทิศทางที่ถูกต้อง ด้วย Google, Safari, Microsoft และเบราว์เซอร์ที่ใช้ Chromium อื่น ๆ ซึ่งเว็บเบราว์เซอร์ในปัจจุบันได้เริ่มบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามหรือกำลังเข้าสู่ช่วงของการพัฒนาเบราว์เซอร์ให้มีการบล๊อกคุกกี้แบบเต็มรูปแบบแล้ว โดย Wilander ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า “การอัปเดตนี้ใช้ขั้นตอนสำคัญหลายขั้นตอน สำหรับการต่อสู้กับการติดตามข้ามไซต์ (Prevent Cross-Site Tracking) เพื่อให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้นในการท่องเว็บ และ เราจะรายงานเกี่ยวกับประสบการณ์ของเราในการปิดกั้นคุกกี้ของบุคคลที่สาม อย่างเต็มรูปแบบไปยัง (World Wide Web Consortium) หรือ W3C เพื่อผลักดันให้เบราว์เซอร์อื่น ๆ ได้พัฒนาแบบก้าวกระโดดต่อไป”

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/apple-blocks-third-party-cookies-in-safari/

ภาพถ่ายโดย : Webaroo on Unsplash



เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

1. พบช่องโหว่ BootHole อาจกระทบต่อ Windows macOs และ Linux

2. 2 ปีที่ผ่านมา พบกว่า 15,000 ล้านบัญชี ถูกขายบน Dark Web

3. โดนทุกวงการ ล่าสุดธุรกิจกลุ่มเครื่องดื่มตกเป็นเหยื่อ Maze ransomware

4. แอปฯ Polar Fitness เผยตำแหน่งของผู้ใช้ กระทบข้อมูลทางการทหาร

5. ทำไม Ransomware แค่จ่ายแต่ไม่จบ ต้องเสียอะไรอีกบ้าง