ตัวตนบนโลกออนไลน์ ทำไมบางคนเลือกปกปิด

การปกปิดตัวตนบนโลกออนไลน์ (Online Anonymity) เป็นวิธีที่หลายคนเริ่มนำมาใช้ เพราะนอกจากจะยังสามารถใช้งานโลกออนไลน์ได้อย่างปกติแล้ว แต่ก็ยังมีความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ เช่น ไม่อยากโดนตามจากโฆษณาต่าง ๆ หรือ การโพสต์แบบไม่เปิดเผยตัวตน รวมไปถึงการโต้ตอบของผู้ใช้งานบนอินเทอร์เน็ตด้วยไม่ว่าจะเป็น Facebook , Twitter , Instagram หรือ แอปพลิเคชันอื่น ๆ เป็นต้น

เหตุผลที่นำมาใช้อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล แต่มีจุดประสงค์เดียวกัน ก็คือ ไม่อยากโดนเก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้ต่อ หรือการใช้งานอย่างมีอิสระ ต้องการการแสดงออกในสิ่งที่คิดได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวผลกระทบ เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าผู้ใช้งานเป็นใครนั่นเอง ในบทความนี้ทีมงานได้รวบรวมและสรุปเหตุผลต่าง ๆ ว่าทำไมบางคนถึงใช้ Online Anonymity มา 3 ข้อ ดังนี้

ต้องการปกปิดข้อมูลส่วนตัว

ในบางครั้งที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ต้องการโพสต์ หรือเข้าถึงเนื้อหาออนไลน์บางอย่าง แต่ไม่ต้องการเปิดเผยว่าใครเป็นคนโพส หรือใครเป็นคนอ่านเรื่องนี้ เพื่อเลียกเลี่ยงการโดนนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อนำสินค้าหรือบริการนำมาเสนอผ่านโฆษณาต่าง ๆ หรือ ในบางครั้งถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเลียกเลี่ยงกฏหมายด้วย

ต้องการละเมิดสิทธิในการเข้าถึงบางเว็บหรือแอปฯ

การผลิตเนื้อหาดิจิทัลบนสตรีมมิ่งต่าง ๆ มักมีข้อจำกัด หรือข้อกำหนดเรื่องภูมิภาค และผู้ชม อย่างเช่น ภาพยนตร์บางเรื่องบนสตรีมมิ่งจากต่างประเทศที่ไม่สามารถดูได้เพราะแพลตฟอร์มต่าง ๆ เปิดตัวแค่ในบางประเทศเท่านั้น บางคนจึงใช้วิธีการเข้าถึงข้อมูลนั้น ๆ ผ่านทาง VPN แต่ก็เป็นการละเมิดสิทธิการใช้งานโดยตรง

กังวลเรื่องความละเอียดอ่อนของสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์

สาเหุตหลักของการปกปิดตัวตนบนโลกออนไลน์ คือทำให้การโพสต์ หรือวิจารณ์ต่าง ๆ ในประเด็นที่ละเอียดอ่อนทำได้อย่างเสรี ซึ่งอาจสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ดีได้ แต่ถ้าทำโดยขาดจิตสำนึกสังคม ก็อาจเป็นภัยกับสังคมออนไลน์ได้

หากต้องการจะปกปิดตัวตนบนโลกออนไลน์ มีวิธีอย่างไร

ใช้ VPN

เครือข่ายส่วนตัวเสมือน หรือ VPN ถูกนำมาใช้บ่อยสำหรับการปกปิดตัวตนบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าผู้ใช้งานจะต้องการเข้าถึงข้อมูลที่จำกัดจากบางประเทศ การปกปิดที่อยู่ IP ของผู้ใช้ แต่ควรเลือกผู้ให้บริการ VPN ที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

การใช้ Tor Browser

ภาพจาก https://www.torproject.org/

Tor เป็นเบราว์เซอร์ที่เน้นเรื่องการปกปิดตัวตน เพราะไม่สามารถตามที่อยู่ IP ของผู้ใช้งานได้ ต่างกับเบราว์เซอร์อื่น ๆ เนื่องจากการใช้รูปแบบ Onion Routing ที่เป็นการเข้ารหัสหลายชั้น

อย่าใช้บัญชี Social media ในการเข้าใช้เว็บไซต์

ถ้าคิดจะปิดตัวตนแล้ว การนำ Social Network มา Login คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่ ๆ เพราะ ในโลกทุกวันนี้ โลกอินเทอร์เน็ตอาจจะรู้จักตัวเรา มากกว่าพี่น้องของเราเสียอีก ข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บและถูกนำมาประมวลผล และนำไปใช้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และแน่นอน สามารถตามต้นตอของผู้ใช้ได้เช่นกัน

เมื่อข้อมูลมีค่ายิ่งกว่าเงินทอง ต้นทาง และปลายทาง ในการใช้งาน ของผู้ใช้เพียงคนเดียวอาจไม่มีความหมาย แต่เมื่อมีจำนวนมากขึ้นอาจเกิดเป็นภาพที่ชัดเจนจนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการค้าและอื่น ๆ ได้ การเลือกปกปิดข้อมูลบางส่วน และเปิดเผยข้อมูลแบบจำกัด อาจเป็นทางเลือกที่ดีในการดำเนินชีวิตบนโลกออนไลน์

ที่มา: https://www.hackread.com/online-anonymity-how-to-keep-safe-unidentified/

Tagged on:


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

1. สรุปสถิติภัยคุกคามประจำปี 2563 จาก ศูนย์ปฏิบัติการ Security Operation Center

2. 10 วิธีสังเกต Phishing Email เมลไหนหลอก ดูยังไง

3. น้ำหก กาแฟหก ใส่โน๊ตบุ๊ค ต้องทำยังไงบ้าง

4. ทำความรู้จักกับ Cyber Resilience สิ่งที่ทำให้ไปต่อได้ ในทุกสถานการณ์

5. ภัยไซเบอร์ในปี 2021 ทิศทางจะเป็นอย่างไร