เก็บเงินคริปโตอย่างไรให้ปลอดภัย

ในโลกปัจจุบันการซื้อสินค้าออนไลน์สามารถจ่ายเงินได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หรือ ใช้บัตรเครดิต แต่มีการจ่ายเงินด้วยสกุลเงินอีกประเภทนึงที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ ที่เรียกว่าเงินดิจิทัลที่เรียกกันอย่างคุ้นหูว่าคริปโทเคอร์เรนซี หรือ เงินคริปโต ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเงินประเภทไหน การเก็บเงินให้ปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ยิ่งเป็นกระเป๋าเงินที่เก็บเงินคริปโตแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้นไปด้วย

กระเป๋าเงินคริปโตเปรียบเสมือนตัวกลางที่เชื่อมระหว่างเจ้าของเงินกับระบบเงินคริปโต กระเป๋าเงินคริปโตใช้การเข้ารหัสกุญแจส่วนตัว (Private Key) เพื่อให้เจ้าของเงินเท่านั้นที่มีสิทธิ์เปิดใช้กระเป๋าเงินนั้นได้ กระเป๋าเงินจึงมีความสำคัญมาก มาดูกันว่า มีแนวทางอะไรบ้างในการเก็บรักษาเงินในกระเป๋าดิจิทัลให้ปลอดภัย

1.แบ่งเก็บเงินที่ใช้จ่ายไว้ในกระเป๋าออนไลน์ (Hot Wallet) และพักเงินที่เหลือไว้ในกระเป๋าออฟไลน์ (Cold Wallet)

กระเป๋าเงินออนไลน์ (Hot Wallet) เป็นกระเป๋าเงินที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา สำหรับการซื้อขายสินค้าระยะสั้น รายวัน เช่น Blockchain.info หรือ Exodus ส่วนกระเป๋าออฟไลน์ หรือกระเป๋าเงินที่ไม่เชื่อมอินเทอร์เน็ต เหมาะสำหรับพักเงิน หรือ การลงทุนในระยะยาว ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าแบบกระเป๋าเงินออนไลน์ เช่น Piper Wallet หรือ กระเป๋าฮาร์ดแวร์

กระเป๋าเงินแบบฮาร์ดแวร์ เป็นวิธีการเก็บเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยที่สุด เป็นอุปกรณ์ USB ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ถูกออกแบบมาเพื่อบล็อคการลง Software ทุกชนิด มัลแวร์จึงไม่สามารถโจมตีได้ อุปกรณ์นี้ได้แก่ Ledger Nano S หรือ Trazor

ภาพจาก : www.thinkmaverick.com
กระเป๋าเงินออนไลน์อาจถูกแฮกได้ ดังนั้นจึงไม่ควรเก็บเงินทั้งหมดที่มีไว้ในกระเป๋าออนไลน์ และควรเปิดใช้การยืนยันตนแบบสองปัจจัย (2-FA) ด้วยเช่นกัน

2. Backup กระเป๋าเงิน

กรณีอุปกรณ์เสียหายหรือถูกขโมย สามารถ Restore ข้อมูลกระเป๋าเงินจาก Backup ได้ สิ่งที่ต้องทำในการ Backup กระเป๋าเงิน มีดังนี้

  1. Backup ทุกตัวอักษร อย่าเก็บเพียงบางส่วน เพราะอาจทำให้ไม่สามารถกู้คืนได้ 2.2 ถ้าเก็บ Backup แบบออนไลน์ อย่าลืมเข้ารหัสด้วย
  2. ควร Backup เก็บไว้หลายที่ และหลายอุปกรณ์ที่ใช้จัดเก็บ
  3. ควร Backup บ่อย ๆ

3. ตั้งรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงกระเป๋าเงิน

ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากโดยมีตัวอักษร ตัวเลข เครื่องหมายวรรคตอนคละกัน มีความยาวอย่างน้อย 16 ตัวอักษร เพื่อป้องกันการถูกแฮก หรือ โดนใช้โปรแกรมเดารหัสผ่าน

4. อัพเดทซอฟต์แวร์กระเป๋าเงินและอุปกรณ์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

ผู้ให้บริการจะมีการปล่อยอัพเดทด้านความปลอดภัยเมื่อพบช่องโหว่ รวมทั้งเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานใหม่ ๆ เสมอ ควรอัพเดทกระเป๋าเงินและอุปกรณ์ทันทีเมื่อมีโอกาส

5. งดเชื่อมต่อ WiFi สาธารณะ

การเชื่อมต่อ WiFi สาธารณะหรือในสถานที่ที่ไม่น่าเชื่อถืออาจเสี่ยงต่อการถูกแฮก ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้งาน ควรใช้บริการ 4G ของเครือข่ายมือถือของตนเองจะปลอดภัยที่สุด

6. ระวังเรื่อง Phishing ผ่านอีเมล หรือเว็บไซต์

ก่อนเปิดอีเมลที่อ้างว่ามาจากผู้ให้บริการกระเป๋าเงินออนไลน์ ควรสังเกตที่อยู่เว็บไซต์ หรือ URL ที่ถูกต้องหรือไม่ โดยปกติมักขึ้นต้นด้วย HTTPS และมีเครื่องหมายกุญแจด้านหน้า URL

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ควรรู้จุดประสงค์ว่าเราต้องการใช้เงินคริปโตในด้านใด หากต้องการลงทุนระยะยาว หรือ เกร็งกำไร ควรใช้กระเป๋าเงินออฟไลน์ หรือ ต้องการซื้อขายสินค้าควรใช้กระเป๋าเงินออนไลน์ และศึกษาหาข้อมูลในการใช้งานเพื่อให้ทั้งเงินในกระเป๋าจริง ๆ และ เงินในกระเป๋าดิจิทัลปลอดภัย

อ้างอิงที่มา:
https://cryptopotato.com/9-must-tips-securing-crypto-wallet/
https://bitcoin.org/en/secure-your-wallet#online
https://thinkmaverick.com/how-to-secure-your-cryptocurrency/
https://coinreport.net/coin-101/how-to-secure-your-bitcoin-wallet/
https://www.piperwallet.com/
https://trezor.io/



เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

1. การยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือโดนแฮกได้ไหม ป้องกันอย่างไร

2. เรื่อง พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล บาเรียป้องกันความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต

3. ตั้งรหัสผ่านอย่างไรให้ปลอดภัยและจำได้

4. แฮกเกอร์พาเราเข้าเว็บปลอม ด้วย DNS Hijacking ได้อย่างไร

5. วิธีป้องกันข้อมูลใน USB Drive โดยการตั้งรหัสผ่าน