เช็คลิสต์!! 11 ข้อต้องทำ ก่อนใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะ

การใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะอาจเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะบางครั้งมีความจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูล พิมพ์เอกสาร หรือพิมพ์รายงานโดยที่ไม่ได้นำ Notebook ส่วนตัวมาใช้งาน และนั่นอาจทำให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะได้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าคอม ฯ เครื่องนั้น ที่ใครต่อใครก็ใช้งานได้ ลง Antivirus ล่าสุดหรือเปล่า มีสปายแวร์แอบติดตั้งอยู่ไหม หรือแม้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดนดักข้อมูลหรือไม่ ดังนั้นเหตุการณ์เพียงแค่การพิมพ์งานอาจทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายไปถึงข้อมูลรั่วไหลได้

มาดูกันว่า ความเสี่ยงในการใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะมีอะไรบ้าง

  1. ผู้อื่นสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนตัวของเราได้โดยหากเชื่อมต่อผ่าน WiFi สาธารณะ
  2. อาจถูกผู้อื่นแอบดูหน้าจอภาพขณะกำลังใช้งาน
  3. คอมพิวเตอร์สาธารณะอาจไม่มีโปรแกรมป้องกันและแสกนไวรัส ทำให้เต็มไปด้วยมัลแวร์และสปายแวร์
  4. ผู้อื่นสามารถเข้าถึงประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ของเราได้
  5. การถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล
  6. โดนขโมยรหัสผ่านเข้าสู่ระบบสำคัญ ๆ

CAT cyfence ได้รวบรวม 11 วิธีเพื่อการใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะให้ปลอดภัยดังนี้

  1. ห้ามทำธุรกรรมทางการเงินบนคอมพิวเตอร์สาธารณะเด็ดขาด

    คอมพิวเตอร์สาธารณะไม่เหมาะสมสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ เพราะคอมฯ เครื่องนั้น ๆ อาจมัลแวร์ประเภท Keyloggers (มัลแวร์ที่บันทึกการกดปุ่มคีย์บอร์ด) ติดตั้งอยู่ และอาจมีความเสี่ยงโดนฟิชชิ่งเว็บไซต์การเงินได้อีกด้วย

  2. เลือกใช้แป้นพิมพ์บนหน้าจอ (On Screen Keyboard)

    ในกรณีที่จำเป็นต้องพิมพ์รหัสผ่านอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขอแนะนำให้ใช้แป้นพิมพ์บนหน้าจอ (On Screen Keyboard) หรือแป้นพิมพ์เสมือนแทนแป้นพิมพ์จริง เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงมัลแวร์ประเภท Keyloggers ซึ่งสามารถบันทึกการกดแป้นพิมพ์ของเราได้
    สำหรับ Windows 10:

      • ไปที่ “เริ่มต้น” แล้วเลือก “การตั้งค่า”
      • เลือก “ความง่ายในการเข้าถึง”
      • เลือกแป้นพิมพ์และเปิดใช้ “แป้นพิมพ์บนหน้าจอ”

  3. ลบไฟล์ต่าง ๆ ที่ดาวน์โหลดไว้

    หลังจากดาวน์โหลดไฟล์ รูปภาพ หรือเอกสารแนบสำคัญทางอีเมลเสร็จสิ้น ไฟล์พวกนี้ยังคงค้างอยู่ในอุปกรณ์ ซึ่งอาจถูกผู้อื่นที่มาใช้คอมฯ ต่อ นำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางมิชอบ
    ดังนั้น เมื่อดาวน์โหลดและพิมพ์เอกสารใด ๆ แล้ว ให้สั่งลบไฟล์นั้นทิ้งทันทีโดยเลือกไปที่ไฟล์และกดปุ่ม Shift + Delete

  4. อย่าลืม Logout ออกจากระบบทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน

    มีผู้ใช้จำนวนมากเมื่อใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะเสร็จแล้ว มักลืมออกจากระบบบัญชีของตัวเอง เช่น Gmail / อีเมลหรือบัญชีสำคัญอื่น ๆ กรณีนี้เป็นการเปิดช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาในระบบ เพื่อดูข้อมูลส่วนตัวของเราและอาจสวมรอยขโมยบัญชีของเราได้ ดังนั้นควรออกจากระบบทันทีเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว หรือสามารถใช้งาน Mode ไม่ระบุตัวตนของ Browser แทนก็จะช่วยกันความผิดพลาดได้อีกทางหนึ่ง

  5. ลบประวัติการเข้าชมเว็บไซต์และคุกกี้

    หลังจากใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะเสร็จแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ลบประวัติการเข้าชมเว็บไซต์และคุกกี้ที่บันทึกไว้ทั้งหมด ซึ่ง “คุกกี้” มีข้อมูลรายละเอียดการเข้าสู่ระบบซึ่งแฮกเกอร์สามารถเรียกดูได้
    ลบประวัติ ฯ และคุกกี้ทั้งหมดโดยไปที่:

    • “การตั้งค่า” (บน Chrome)
    • เลื่อนลงไปที่“ ขั้นสูง”
    • เลือก “ล้างข้อมูลการท่องเว็บ”
    • ตอนนี้เลือก “ขั้นสูง” และเลือกแต่ละช่องและกด “ล้างข้อมูล”

    หรือสามารถใช้งานโหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito Mode) ของ Browser ได้เช่นกัน เพราะเมื่อปิดหน้าต่างของโหมดไม่ระบุตัวตนแล้ว ข้อมูลการเข้าเว็บไซต์และคุกกี้ต่าง ๆ ก็จะถูกลบไปด้วย

  6. ไม่ให้ Browser บันทึกรหัสผ่านเด็ดขาด

    การบันทึกรหัสผ่านใน Browser เป็น Feature ที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องจำรหัสผ่านมาก แต่คงไม่เหมาะแน่ถ้าจะนำความสามารถนี้มาใช้บนคอมพิวเตอร์สาธารณะที่เราอาจจะใช้เพียงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แต่ถ้าเผลอคลิก “บันทึกรหัสผ่าน” ไปแล้วเราก็ยังสามารถลบได้

    ถ้าใช้ Google Chrome:

      • ไปที่ “การตั้งค่า”
      • คลิกที่ “รหัสผ่าน”
      • จะเห็นรหัสผ่านที่บันทึกไว้ทั้งหมด คลิกที่กากบาทเพื่อลบรหัสผ่านที่บันทึกไว้

  7. รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์สาธารณะหลังใช้งาน

    กรณีนี้อาจสร้างความรำคาญให้กับผู้ที่เข้าคิวใช้อุปกรณ์ต่อจากเรา แต่การรีสตาร์ทอุปกรณ์ ทำให้การตั้งค่าต่างๆ เพื่อความปลอดภัยเริ่มทำงาน และขั้นตอนนี้จะช่วยลบไฟล์ชั่วคราวที่เก็บไว้ใน RAM ออกไปด้วย

  8. เปลี่ยนรหัสผ่านหลังใช้งาน

    ในกรณีที่ไม่มั่นใจว่าคอมพิวเตอร์สาธารณะที่ใช้งานมา มีความปลอดภัยเพียงพอหรือเปล่า ควรเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่เพิ่งใช้กับคอมพิวเตอร์สาธารณะนั้น ๆ ทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้าน

  9. อย่าออกห่างจากอุปกรณ์ขณะกำลังใช้งาน

    การออกห่างจากคอมพิวเตอร์สาธารณะในขณะ Login อยู่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะคนที่เข้าคิวรอใช้งานต่อจากเราอาจฉวยโอกาสสวมรอยแอบดูข้อมูลของเราได้

  10. หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชไดรฟ์

    การใช้แฟลชไดรฟ์กับคอมพิวเตอร์สาธารณะอาจมีความเสี่ยง เนื่องจากอุปกรณ์นั้นอาจติดมัลแวร์อยู่ แล้วมัลแวร์บางตัวถูกตั้งค่าให้เริ่มทำงานทันทีเมื่อมีการเสียบแฟลชไดรฟ์ โดยมัลแวร์จะถูกถ่ายโอนเข้าแฟลชไดรฟ์โดยอัตโนมัติและบ่อยครั้งผู้ใช้งานมักลืมถอดแฟลชไดรฟ์ออกจากอุปกรณ์หลังใช้งานอาจทำให้ข้อมูลรั่วไหลได้

  11. ใช้อีเมลชั่วคราวแทนอีเมลหลัก

    ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้ WiFi สาธารณะ สามารถใช้อีเมลชั่วคราวเพื่อใช้ในการรับรหัสผ่าน WiFi ได้ ซึ่งเป็นบริการที่อนุญาตให้รับอีเมลด้วย Account แบบชั่วคราวได้ โดยเมื่อถึงเวลาที่กำหนด Account นั้นก็จะทำลายตัวเองไป เช่น TEMPMAIL  ซึ่งบริการลักษณะนี้ช่วยเลี่ยงพวกสแปมและรักษาความเป็นส่วนตัวได้ดี

การหลีกเลี่ยงการใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะเป็นไปได้ยาก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยหากจำเป็นต้องใช้งาน ควรสร้างอุปนิสัยตามเช็คลิสต์ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นประจำ และควรเลี่ยงการทำงานที่มีข้อมูลสำคัญหรือเอกสารลับมากเพราะอาจเกิดข้อมูลรั่วไหลและสร้างความเสียหายได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

อ้างอิงข้อมูล



เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

1. Cloud Security ความปลอดภัยบน Cloud Computing

2. วิธีปิดการแสดงผล Follow info ของแอปพลิเคชัน LINE

3. New Normal กับ “ข้อมูลส่วนบุคคล” วิถีใหม่ที่ต้องให้ความสำคัญ

4. Next Generation Firewall กับ Web Application Firewall ต่างกันอย่างไร

5. เคล็ดลับ 10 ข้อ ในการเลือกและใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์