แนะ 10 วิธีปกปิดข้อมูลส่วนตัวไม่ทิ้งไว้บนโลกดิจิทัล

ในปัจจุบันการใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้นช่วยให้ชีวิตของผู้คนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะใช้ในการติดต่อสื่อสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต นั่นอาจทำให้ทุกการเชื่อมต่อผู้ใช้ทิ้งได้ทิ้งรายละเอียดข้อมูลที่สำคัญ ๆ เอาไว้โดยไม่รู้ตัว เหมือนดังข่าวเรื่อง Facebook โดนรายงานว่าให้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้แก่ Huawei ทำให้เห็นได้ว่าข้อมูลส่วนตัวของเราอยุ่บนอินเทอร์เน็ตและสื่อโซเชียลเป็นจำนวนมาก และข้อมูลเหล่านี้อาจจะกำลังถูกบุคคลที่สามใช้ไปในทางที่ไม่ถูกต้องเพื่อนำมาหากำไรให้กับตนเอง วันนี้เรามีวิธีที่ช่วยลดการทิ้งข้อมูลสำคัญไว้บนโลกออนไลน์ ซึ่งผู้อ่านสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง ดังนี้

1. ยกเลิก หรือ ปิดบัญชีออนไลน์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว

ปิดบัญชีที่ไม่ได้ใช้ เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก เพราะการปล่อยบัญชีออนไลน์ที่ไม่ได้ใช้อย่างไม่สนใจทิ้งไว้นั้น อาจทิ้งร่องรอยของรายละเอียดบัญชีเอาไว้ได้

2. ลบข้อมูลออกจากเว็บไซต์ที่ทำการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ

โดยการเข้าไปในแต่ละหน้าเว็บไซต์เหล่านั้น เพื่อจัดการกับข้อมูลในแต่ละส่วน หรือใช้บริการที่จะช่วยในการลบข้อมูลบัญชีทั้งหมด โดยรายชื่อ website สามารถดูได้จาก https://www.stopdatamining.me/opt-out-list/

3. ใช้ Stealth Mode หรือ Incognito Mode หรือแม้กระทั่งใช้ Tor ไปเลย

มีตัวเลือกเบราว์เซอร์หลายตัวที่สามารถใช้งานโหมดไม่ระบุตัวตนได้ ซึ่งโหมดนี้จะสามารถหลีกเลี่ยงการถูกติดตามข้อมูลในเบื้องต้นได้ และกรณีที่ใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ แนะนำว่าควรใช้หมวดระบุตัวตนด้วยเช่นกัน

4. ปิดการใช้งานในบัญชีอีเมลเก่า

คุณเคยสร้างบัญชีอีเมลกี่ครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา? ในกรณีที่มีอีเมลเก่า ๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว และคิดว่าจะไม่ใช้อีก แนะนำว่าควรทำการยกเลิกอีเมลนั้นเสีย

5. ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของ Account ต่าง ๆ

ในสื่อสังคมออนไลน์การกำหนดว่าให้คนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เพื่อนเห็นข้อมูลส่วนตัวอะไรได้บ้าง เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะการให้สิทธิสาธารณะในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว อาจก่อให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลได้เช่นกัน

6. ใช้โปรแกรมเสริม หรือปลั๊กอิน สำหรับ Browser

โปรแกรมเสริม หรือปลั๊กอิน สามารถช่วยให้ Browser จากการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ที่เราเข้าใช้งานต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมีโปรแกรมเสริมจำนวนมากที่ให้บริการฟรี สามารถเข้าดูได้ที่ https://www.eff.org/pages/tools

7. ร้องขอกับทางเว็บไซต์โดยตรง

ให้ทำการลบรายละเอียดข้อมูลผู้ใช้ จากฐานข้อมูล หรือใช้บริการ JustDeleteMe ที่สามารถให้บริการช่วยเหลือในการลบบัญชีจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้

8. ใช้สิทธิขอลบตัวเองออกจากผลการค้นหาของ Search Engine ต่าง ๆ

สิทธิที่จะถูกลืม หรือ (Right to be Forgotten) เป็นสิทธิทางกฎหมายด้านการปกป้องข้อมูลที่สามารถร้องขอให้มีการลบข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลต่าง ๆเกี่ยวกับตัวเองที่ถูกโพสต์ในออนไลน์ขณะที่ยังเป็นผู้เยาว์ หรือข้อมูลที่เก่า และล้าสมัยไปแล้วออกจากอินเทอร์เน็ตได้

9. ใช้ข้อมูลปลอมในการกรอกรายละเอียด

หากผู้ใช้งานไม่อยากจะทิ้งข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ของตนเองไว้ อาจป้องกันข้อมูลโดยการสร้างข้อมูลปลอมขึ้นมา อาทิ ที่อยู่ อีเมล หรือวันที่เกิดปลอมสำหรับบัญชีรายชื่อที่ไม่จำเป็น

10. อย่าคลิกแบบสอบถามที่ดูไม่น่าเชื่อถือ

Clickbait คือการใช้คำหรือรูปภาพพาดหัวที่ทำให้ดูชวนสงสัยใคร่รู้ หรือจูงใจให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปคลิกเข้าไปเพื่อตอบแบบสอบถามต่าง ๆ โดยผู้ใช้งานควรต้องใช้วิจารณญานก่อนทำการคลิกเข้าไปยังลิงก์เว็บไซต์อย่าหลงเชื่อป้อนข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญของคุณลงไป ควรชั่งใจถามตัวเองก่อนว่ามันคุ้มค่าไหมกับการแลกข้อมูลส่วนตัวให้กลายเป็นข้อมูลสู่สาธารณะให้แฮกเกอร์นำข้อมูลของเราไปใช้งาน

ข้อมูลจาก : https://www.infosecurity-magazine.com/magazine-features/top-ten-reduce-digital-footprint/



เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

1. ช็อปอย่างไรให้ปลอดภัย ในช่วงเทศกาลลดราคาสินค้าออนไลน์

2. จับผิด 7 ข้อ แอพปลอมหรือจริง ก่อนติดตั้งลงในมือถือ

3. รู้ทัน 13 ช่องทางที่แฮกเกอร์ใช้แพร่มัลแวร์

4. Next Gen SIEM ยุคใหม่ของทางเลือกในการป้องกันภัยคุกคาม

5. CAT cyfence หนุนสหกรณ์ออมทรัพย์ ทำ BCM ยกระดับระบบ IT ตามนโยบาย Thailand 4.0